สำนักสื่อสารความเสี่ยงและพัฒนาพฤติกรรมสุขภาพ
Responsive image

กรมควบคุมโรค เผย ไม่พบผู้ป่วยอีโบลาในไทย หลังติดตามผู้เดินทางครบ 21 วัน ตามมาตรการเฝ้าระวัง

       กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข เผยสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสอีโบลาในต่างประเทศยังคงต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด ขณะที่ประเทศไทยยังไม่พบผู้ป่วยโรคติดเชื้อไวรัสอีโบลา โดยผู้เดินทางจากพื้นที่เสี่ยงที่เข้าสู่ระบบเฝ้าระวังได้รับการติดตามอาการตามมาตรการทางสาธารณสุขจนครบระยะเวลา 21 วัน ซึ่งเป็นระยะฟักตัวสูงสุดของโรค สะท้อนถึงประสิทธิภาพของระบบเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมโรคของประเทศไทยที่ดำเนินการอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศจนถึงระบบบริการทางการแพทย์ พร้อมย้ำว่าความเสี่ยงของประเทศไทยโดยรวมยังอยู่ในระดับต่ำ

       วันนี้ (13 มิถุนายน 2569) นายแพทย์มณเฑียร คณาสวัสดิ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า ปัจจุบันหลายประเทศยังคงติดตามสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสอีโบลาอย่างใกล้ชิด หลังพบการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสอีโบลาสายพันธุ์บันดิบูเกียวในสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก (ดีอาร์คองโก) และสาธารณรัฐยูกันดา ซึ่งเป็นโรคติดต่อรุนแรงที่มีอัตราป่วยตายสูง โดยภายหลังจากการยกระดับมาตรการเฝ้าระวังตามมติคณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติในการดำเนินการกักกัน (Quarantine) กรณีไม่มีอาการ และแยกกัก (Isolation) กรณีมีอาการ เป็นระยะเวลาอย่างน้อย 21 วัน กรมควบคุมโรคได้ดำเนินการคัดกรองและติดตามผู้เดินทางที่เข้าสู่ระบบกักกันโรค จำนวนทั้งสิ้น 16 ราย ในจำนวนนี้ครบกำหนดการติดตามอาการ 21 วันแล้ว 1 ราย เดินทางออกจากประเทศไทยแล้ว 2 ราย และอยู่ระหว่างการติดตามอาการ 13 ราย (ข้อมูลตั้งแต่วันที่ 27 พ.ค. – 12 มิ.ย. 69) ซึ่งจนถึงปัจจุบันไม่พบผู้มีอาการเข้าเกณฑ์สอบสวนโรคหรือผู้ป่วยโรคติดเชื้อไวรัสอีโบลาในประเทศไทย

       นายแพทย์ดิเรก ขำแป้น รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับมาตรการของกองด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศ กรมควบคุมโรคได้ดำเนินการคัดกรองผู้เดินทางจากประเทศหรือพื้นที่เสี่ยงอย่างเข้มงวด ณ ช่องทางเข้าออกประเทศ โดยเฉพาะท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ มีการตรวจสอบประวัติการเดินทาง ประเมินความเสี่ยง จัดเก็บข้อมูลเพื่อติดตามอาการ ให้คำแนะนำด้านสุขภาพ และประสานหน่วยงานสาธารณสุขในพื้นที่เพื่อติดตามผู้เดินทางอย่างต่อเนื่องตลอด 21 วัน พร้อมทั้งเตรียมระบบส่งต่อและสอบสวนโรคทันทีหากพบผู้มีอาการผิดปกติ ขณะเดียวกัน สถาบันบำราศนราดูรในฐานะหน่วยงานเชี่ยวชาญด้านโรคติดต่ออันตรายและโรคติดต่ออุบัติใหม่ ได้เตรียมความพร้อมรองรับสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง ทั้งห้องแยกโรคมาตรฐานความปลอดภัยสูง บุคลากรทางการแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ระบบป้องกันและควบคุมการติดเชื้อในสถานพยาบาล ห้องปฏิบัติการ เวชภัณฑ์และอุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล ตลอดจนระบบส่งต่อและดูแลรักษาผู้ป่วยตามมาตรฐานสากล เพื่อให้สามารถรองรับสถานการณ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพหากพบผู้ป่วยสงสัย

       “กรมควบคุมโรคย้ำว่า ขณะนี้ประเทศไทยยังไม่พบผู้ป่วยโรคติดเชื้อไวรัสอีโบลา ทั้งรายสงสัยและรายยืนยัน อีกทั้งประเทศไทยมีระบบเฝ้าระวัง คัดกรอง สอบสวนโรค ห้องปฏิบัติการ และทีมตอบโต้ภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขรองรับสถานการณ์ จึงขอให้ประชาชนติดตามข้อมูลจากหน่วยงานราชการ ไม่ตื่นตระหนก และมั่นใจว่าความเสี่ยงของคนไทยโดยรวมยังอยู่ในระดับต่ำ”

       ทั้งนี้ ประชาชนควรหลีกเลี่ยงการเดินทางไปยังพื้นที่ที่มีการระบาด หากไม่มีความจำเป็น หากจำเป็นต้องเดินทางควรปฏิบัติตามคำแนะนำของหน่วยงานสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด หมั่นล้างมือด้วยสบู่และน้ำหรือเจลแอลกอฮอล์ หลีกเลี่ยงการสัมผัสเลือด สารคัดหลั่ง หรือสิ่งของที่อาจปนเปื้อนเชื้อ และไม่ใช้ของใช้ส่วนตัวร่วมกับผู้อื่น เมื่อเดินทางกลับจากพื้นที่เสี่ยงตามประกาศเขตติดโรคหากไม่มีอาการ ท่านต้องได้รับการกักกัน ในสถานกักกันที่กำหนด แต่หากท่านมีอาการไข้ ปวดศีรษะ อ่อนเพลีย อาเจียน ท้องเสีย หรือมีเลือดออกผิดปกติ ท่านต้องถูกแยกกัก ในสถานพยาบาลที่กำหนด สำหรับประชาชนทั่วไปหากมีข้อสงสัยสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร. 1422

*******************************
ข้อมูลจาก : ศูนย์ปฏิบัติการภาวะฉุกเฉิน กรมควบคุมโรค
วันที่ 13 มิถุนายน 2569


ข่าวสารอื่นๆ