สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 10 จังหวัดอุบลราชธานี
Responsive image

สคร.10 จ.อุบลราชธานี เตือน“โรคมือเท้าปาก” เริ่มระบาดช่วงเปิดเทอมรับหน้าฝน แนะผู้ปกครอง และสถานศึกษาเพิ่มการเฝ้าระวังในเด็กเล็ก

 

วันนี้ 30 มิถุนายน 2569 แพทย์หญิงจินตนา คำภักดี ผู้อำนวยการสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 10 จ.อุบลราชธานี เผยในช่วงฤดูฝนของทุกปีเป็นช่วงฤดูกาลระบาดหลักของโรคมือเท้าปาก เตือนผู้ปกครอง สถานศึกษา ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก หรือสถานรับเลี้ยงเด็กในชุมชน เพิ่มความเข้มงวดในการคัดกรองและเฝ้าระวังเด็กเล็กอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะหลังช่วงเปิดภาคเรียนที่มีการทำกิจกรรมร่วมกันและมีโอกาสสัมผัสใกล้ชิดกันมากขึ้น ทั้งนี้ ผู้ป่วยส่วนใหญ่มีอาการไม่รุนแรงและสามารถหายได้เองภายใน 7 – 10 วัน แต่ในบางรายโดยเฉพาะเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี อาจเกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรงทางระบบประสาท หัวใจ หรือระบบทางเดินหายใจได้ จึงควรได้รับการสังเกตอาการและดูแลอย่างใกล้ชิด

แพทย์หญิงจินตนา กล่าวต่ออีกว่า ผู้ป่วยโรคมือเท้าปากมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นในช่วงฤดูฝน ระหว่างเดือนมิถุนายนถึงสิงหาคมของทุกปี ซึ่งปัจจุบันกำลังเข้าสู่ช่วงขาขึ้นตามวงรอบของการระบาดตามฤดูกาล จึงขอให้ครู ผู้ปกครอง และผู้ดูแลเด็ก เฝ้าสังเกตอาการของเด็กอย่างใกล้ชิด หากพบว่ามีไข้ ร่วมกับมีแผลหรือจุดแดงในช่องปาก เช่น บริเวณลิ้น เพดานปาก หรือกระพุ้งแก้ม มีผื่นหรือตุ่มน้ำใสบริเวณฝ่ามือ ฝ่าเท้า ลำตัว หรือก้น ในเด็กเล็กมีอาการงอแง ไม่ยอมรับประทานอาหารหรือดื่มนม มีน้ำลายไหลหรือบ่นเจ็บปาก ให้สงสัยว่าอาจเป็นโรคมือเท้าปาก ในกรณีที่มีอาการรุนแรง เช่น ไข้สูง รับประทานอาหารและน้ำได้น้อยมาก ซึมลง ชักเกร็ง อาเจียนมาก หรือหายใจหอบเหนื่อย ควรรีบพาไปพบแพทย์ทันทีเพื่อรับการวินิจฉัยและรักษา เนื่องจากอาการดังกล่าวอาจเป็นสัญญาณเตือนของภาวะสมองอักเสบหรือกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ ซึ่งอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้”

คำแนะนำการป้องกันโรคในสถานศึกษา และศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ดังนี้

1) บุคลากรทางการศึกษาควรคัดกรองเด็กทุกเช้าอย่างเคร่งครัด หากพบเด็กป่วย เช่น มีไข้ มีตุ่มน้ำใสขึ้นที่มือ เท้า หรือมีแผลในปาก ให้แยกออกจากเด็กคนอื่นทันที พร้อมแจ้งผู้ปกครองให้รับเด็กกลับบ้านและให้หยุดเรียนจนกว่าจะหายดี

2) หากมีเด็กป่วยตั้งแต่ 2 รายขึ้นไปในห้องเรียนเดียวกันใน 1 สัปดาห์ ต้องปิดห้องเรียนที่มีเด็กป่วยอย่างน้อย 1 วัน เพื่อทำความสะอาดและเฝ้าระวังคัดกรองเด็กป่วยให้เข้มข้นต่ออีก 1 สัปดาห์

3) ทำความสะอาดเครื่องใช้ ของเล่นเด็ก และพื้นที่ห้องเรียนอย่างสม่ำเสมอ โดยใช้น้ำยาทำความสะอาดที่เหมาะสม เช่น ผงซักฟอก น้ำยาล้างจาน สบู่ น้ำยาฆ่าเชื้อหรือสารละลายคลอรีน เช่น น้ำยาฟอกขาวผสมกับน้ำตามอัตราส่วนที่เหมาะสม

 4) ส่งเสริมพฤติกรรมอนามัยที่เหมาะสมแก่เด็กและผู้ดูแล โดยเน้นการล้างมือด้วยสบู่และน้ำสะอาดอย่างถูกวิธีและสม่ำเสมอ โดยเฉพาะก่อนรับประทานอาหาร หลังขับถ่ายและหลังสัมผัส น้ำมูก น้ำลาย หรือสิ่งขับถ่ายของเด็ก เนื่องจากเชื้อสามารถติดต่อและแพร่กระจายได้ผ่านการสัมผัสน้ำมูก น้ำลาย น้ำจากตุ่มพอง และอุจจาระของผู้ป่วย รวมถึงการสัมผัสของเล่น เครื่องใช้ หรือพื้นผิวที่ปนเปื้อนเชื้อ ทั้งนี้ หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติมสามารถสอบถามได้ที่ สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร. 1422


ข่าวสารอื่นๆ