
กระทรวงสาธารณสุข ร่วมกับภาคีเครือข่ายภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม กำหนดให้วันที่ 1 กรกฎาคมของทุกปี เป็นวันรณรงค์ตรวจเอชไอวี (Voluntary Counselling and Testing Day: VCT Day) เพื่อส่งเสริมให้การตรวจ เอชไอวีเป็นเรื่องปกติในสังคม และกระตุ้นให้ประชาชนตระหนักถึงความสำคัญของการรู้สถานะสุขภาพของตนเอง
ข้อมูลคาดประมาณสถานการณ์เอชไอวี/เอดส์ประเทศไทย ปี 2568 พบว่า ประเทศไทยมีผู้อยู่ร่วมกับเอชไอวีจำนวน 619,563 คน โดยร้อยละ 90.64 หรือ 561,576 คน ทราบสถานะการติดเชื้อของตนเองแล้ว แต่อีกเกือบ 58,000 คน ยังไม่รู้ว่าตนเองติดเชื้อเอชไอวี ข้อมูลดังกล่าวสะท้อนว่ายังมีผู้คนอีกจำนวนมากที่อาจพลาดโอกาสสำคัญในการป้องกัน ดูแลรักษา และเข้าถึงบริการสุขภาพ เพียงเพราะยังไม่รู้สถานะการติดเชื้อของตนเอง ทั้งที่ปัจจุบันการตรวจเอชไอวีสามารถเข้าถึงได้ง่าย สะดวก และมีทางเลือกที่หลากหลายมากขึ้น ทั้งการเข้ารับบริการที่หน่วยบริการสุขภาพและการใช้ชุดตรวจเอชไอวีด้วยตนเอง ดังนั้น การรณรงค์ในปี 2569 จึงขับเคลื่อนภายใต้แนวคิด “เทสเลย รู้ไว ไปต่อได้” เพราะการตรวจเอชไอวีเป็นจุดเริ่มต้น
ของการป้องกัน การดูแลรักษา และการวางแผนชีวิตอย่างมั่นใจ การตรวจเป็นเรื่องสมัครใจ ผลตรวจเป็นความลับ และการรู้สถานะไม่ได้เปลี่ยนคุณค่าในตัวคุณ
เทสเลย
ประชาชนไทยทุกคนสามารถเข้ารับบริการตรวจเอชไอวีฟรีปีละ 2 ครั้ง ที่โรงพยาบาลภายใต้ระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ใกล้บ้าน หลังจากมีความเสี่ยงประมาณ 14 วัน หรือเลือกใช้ชุดตรวจเอชไอวีด้วยตนเอง (HIV Self-Test) ที่ได้รับการรับรองจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) สามารถตรวจได้หลังจากมีความเสี่ยง 21 - 90 วัน ขึ้นอยู่กับประเภทของชุดตรวจ ซึ่งประชาชนสามารถขอรับชุดตรวจเอชไอวีด้วยตนเองได้ฟรีจากหน่วยบริการ
ที่ขึ้นทะเบียนกับ สปสช. ผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตังในเมนูกระเป๋าสุขภาพ โดยแนะนำให้ตรวจสอบรายชื่อและเงื่อนไขการรับบริการล่วงหน้า เพื่อความสะดวกและรวดเร็วในการเข้ารับบริการ นอกจากนี้ ยังสามารถรับคำปรึกษา ประเมินความเสี่ยง
และขอรับชุดตรวจฟรีได้ทาง Line: @standbyyou ซึ่งมีบริการส่งชุดตรวจถึงบ้านเพื่อความสะดวกและเป็นส่วนตัว
รู้ไว ไปต่อได้ ไม่ว่าผลจะเป็นอย่างไร ชีวิตยังไปต่อได้เสมอ
การตรวจเอชไอวีใช้เวลาไม่นาน สามารถทราบผลได้ภายในวันเดียว หรือภายใน 1 - 20 นาที สำหรับชุดตรวจเอชไอวีด้วยตนเอง ขึ้นอยู่กับยี่ห้อของชุดตรวจ การรู้ผลเร็วช่วยให้มีโอกาสดูแลสุขภาพได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น ก่อนที่เชื้อเอชไอวี
จะส่งผลกระทบต่อระบบภูมิคุ้มกันและนำไปสู่การเจ็บป่วยจากโรคฉวยโอกาส
หากตรวจพบการติดเชื้อ สามารถเข้าสู่ระบบการรักษาทันที การรับประทานยาต้านไวรัสอย่างต่อเนื่อง จะช่วยควบคุมปริมาณเชื้อ รักษาระบบภูมิคุ้มกัน ลดการเจ็บป่วยจากโรคแทรกซ้อน และทำให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีในระยะยาว
โดยผู้ที่สามารถกดปริมาณไวรัสในเลือดให้น้อยกว่า 200 copies/ml จะไม่ถ่ายทอดเชื้อไปยังผู้อื่น หรือที่เรียกว่า U=U (Undetectable = Untransmittable) ทำให้ผู้ติดเชื้อมีสุขภาพและคุณภาพชีวิตที่ดี ใช้ชีวิตได้อย่างมั่นใจ วางแผนอนาคต และไปต่อได้ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้
เนื่องในวันรณรงค์ตรวจเอชไอวี 1 กรกฎาคม 2569 กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ขอเชิญชวนหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม สถานศึกษา สถานประกอบการ และสื่อมวลชน ร่วมกันขับเคลื่อนการรณรงค์ภายใต้แนวคิด “เทสเลย รู้ไว ไปต่อได้” เพื่อสร้างความตระหนักถึงความสำคัญของการตรวจเอชไอวี ส่งเสริมการเข้าถึงการป้องกัน การรักษา และลดการตีตราทางสังคม เพราะทุกการตรวจ คือ โอกาสในการรู้สถานะสุขภาพของตนเอง การรู้ผล คือ โอกาสในการดูแลและวางแผนชีวิต และการตัดสินใจตรวจในวันนี้ คือ จุดเริ่มต้นของการไปต่ออย่างมั่นใจ เทสเลย รู้ไว ไปต่อได้