สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 7 จังหวัดขอนแก่น
Responsive image

สคร.7 เชิญชวนทุกภาคส่วนและประชาชน “รวมพลัง หยุดยั้งการจมน้ำ” รับวันป้องกันการจมน้ำโลก ปี 2569

แบนเนอร ผอ ว นจมน ำโลก 69

 

ดร.นพ.หิรัญวุฒิ แพร่คุณธรรม ผู้อำนวยการสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 7 จังหวัดขอนแก่น (สคร.7) กล่าวว่า ตามมติสมัชชาสหประชาชาติ (UN General Assembly) ได้กําหนดให้วันที่ 25 กรกฎาคม ของทุกปี เป็น “วันป้องกันการจมน้ำโลก (World Drowning Prevention Day: WDPD)” โดยในปี พ.ศ. 2569 องค์การอนามัยโลก (WHO) ได้กำหนดธีมสำหรับการจัดกิจกรรมรณรงค์ว่า Unite to turn the tide on drowning” ทั้งนี้ ประเทศไทย ได้กำหนดแนวคิดที่สอดคล้องกับองค์การอนามัยโลก (WHO) คือ “รวมพลัง หยุดยั้งการจมน้ำ” เพื่อรณรงค์ให้ทุกภาคส่วนได้ตระหนักถึงความสำคัญของการป้องกันการจมน้ำ และร่วมมือกันแก้ไขปัญหาการจมน้ำซึ่งการจมน้ำยังคงเป็นปัญหาสำคัญทางด้านสาธารณสุขทั่วโลก ข้อมูลจากองค์การอนามัยโลก พบว่า การจมน้ำเป็นสาเหตุการเสียชีวิตเป็นอันดับ 3 รองจากอุบัติเหตุขนส่งทางบก และการทำร้ายตนเอง จากข้อมูลในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา (พ.ศ. 2559 - 2568) คนไทยเสียชีวิตเฉลี่ย   ปีละ 3,748 คน หรือวันละกว่า 10 คน โดยกลุ่มอายุ 60 ปีขึ้นไป มีอัตราการเสียชีวิตสูงที่สุด (8.2 ต่อประชากรแสนคน) รองลงมา คือ กลุ่มอายุ 45 - 59 ปี และกลุ่มอายุต่ำกว่า 15 ปี (7.2 และ 5.8 ต่อประชากรแสนคน) ตามลำดับ

ดร.นพ.หิรัญวุฒิ กล่าวเพิ่มเติมว่า ทุกคนทุกภาคส่วนมีบทบาทสำคัญในการร่วมกันหยุดยั้งการจมน้ำ ซึ่งไม่ใช่เพียงหน้าที่ของหน่วยงานภาครัฐหรือองค์การระหว่างประเทศเท่านั้น แต่สามารถทำได้ทุกวันตั้งแต่ในบ้าน โรงเรียน สถานที่ทำงาน บนเรือ ริมชายหาด และในชุมชน โดยแต่ละกลุ่มบุคคลตั้งแต่วัยเยาว์ ผู้ปกครอง ชุมชน สถานศึกษา ผู้ประกอบการ สื่อมวลชน ไปจนถึงผู้กำหนดนโยบายและบุคลากรด้านสุขภาพ ต่างมีแนวทางปฏิบัติเฉพาะในการดูแลเฝ้าระวัง ส่งเสริมความปลอดภัย การเรียนรู้ทักษะว่ายน้ำและ CPR รวมถึงการผลักดันมาตรการและกฎหมายเพื่อป้องกันการสูญเสีย ยกตัวอย่างเช่น

ผู้นำชุมชนและผู้ขับเคลื่อนในพื้นที่ มีบทบาทสำคัญในการสำรวจและแก้ไขจุดเสี่ยง ผลักดันให้เกิดสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัย เช่น การทำฝาปิดบ่อน้ำ จัดตั้งระบบเตือนภัยน้ำท่วม ตลอดจนสนับสนุนให้มีการฝึกอบรมทักษะการว่ายน้ำ และการช่วยเหลือในชุมชน

ผู้ปฏิบัติงานใกล้แหล่งน้ำ เช่น ชาวประมง งานก่อสร้าง ขนส่งทางน้ำ ต้องให้ความสำคัญกับการตรวจสอบอุปกรณ์ เช่น เสื้อชูชีพให้พร้อมใช้งาน การซ้อมแผนฉุกเฉิน และรายงานทันทีเมื่อพบสภาพแวดล้อมในการทำงานที่ไม่ปลอดภัย

สถานศึกษาและครูผู้สอน ควรผลักดันให้มีการเรียนว่ายน้ำ ความปลอดภัยทางน้ำ และทักษะการช่วยเหลือ เป็นส่วนหนึ่งของหลักสูตรในโรงเรียน เพื่อให้เด็กและครอบครัวเข้าถึงแหล่งเรียนรู้ได้ง่ายขึ้น

ผู้ปกครองและผู้ดูแลเด็ก ต้องดูแลบุตรหลานอย่างใกล้ชิดเมื่ออยู่ใกล้แหล่งน้ำ จัดพื้นที่เล่นที่ปลอดภัย (Playpen) ให้อยู่ห่างจากน้ำ ปิดฝาภาชนะหรือกั้นรั้วรอบบ่อน้ำและสระว่ายน้ำ พร้อมทั้งสอนให้เด็กมีทักษะการว่ายน้ำ การเอาชีวิตรอด และการทำ CPR

ทั้งนี้ ข้อแนะนำประชาชนในกรณีพบเห็นคนตกน้ำ/จมน้ำ ไม่ควรกระโดดลงไปช่วยเพราะอาจจมน้ำพร้อมกันได้ ควรช่วยด้วยการ “ตะโกน โยน ยื่น” คือ 1. “ตะโกน” เรียกขอความช่วยเหลือ และโทรแจ้งทีมแพทย์กู้ชีพ โทร.1669 2. “โยน” อุปกรณ์ที่อยู่ใกล้ตัวให้คนตกน้ำยึดเกาะเพื่อพยุงตัว เช่น ถังแกลลอนพลาสติกเปล่า หรือวัสดุที่ลอยน้ำได้ และ 3. “ยื่น” อุปกรณ์ที่อยู่ใกล้ตัวให้คนตกน้ำจับ เช่น ไม้ เชือก เสื้อผ้า ให้คนตกน้ำจับและดึงขึ้นมาจากน้ำ และหากประชาชนมีข้อสงสัยเพิ่มเติม สามารถติดต่อสอบถามได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร. 1422

*****************************

ที่มาข้อมูล :  กองป้องกันการบาดเจ็บ กรมควบคุมโรค (2569)

ตรวจสอบข้อมูล : กลุ่มโรคไม่ติดต่อ สคร.7

สืบค้นรวบรวม : กลุ่มสื่อสารความเสี่ยงฯ สคร.7

เผยแพร่ ณ วันที่ 21 กรกฎาคม 2569

 


ข่าวสารอื่นๆ