สคร.9 นครราชสีมา เตือนประชาชน ให้ระวังการเก็บเห็ดป่า และเห็ดที่ขึ้นเองตามธรรมชาติมารับประทาน เนื่องจากเห็ดป่าบางชนิดมีลักษณะคล้ายกัน จนบางครั้งไม่สามารถแยกได้ว่าเป็นเห็ดที่กินได้ หรือเห็ดพิษ เสี่ยงเสียชีวิตได้ ควรเลือกเห็ดจากแหล่งที่มีการเพาะพันธุ์เพื่อความปลอดภัย หากไม่แน่ใจหรือสงสัยว่าเป็นเห็ดพิษหรือไม่ ไม่ควรนำมาปรุงอาหาร
นายแพทย์ทวีชัย วิษณุโยธิน ผู้อำนวยการสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 9 นครราชสีมา กล่าวว่า ช่วงนี้มีเห็ดป่าขึ้นเองตามธรรมชาติหลากหลายชนิด มีทั้งเห็ดกินได้และเห็ดพิษ ซึ่งมีลักษณะภายนอกใกล้เคียงกันมากและแยกได้ยาก จึงมักพบผู้ป่วย และผู้เสียชีวิตจากการกินเห็ดพิษเป็นประจำทุกปี
สถานการณ์โรคอาหารเป็นพิษจากเห็ดพิษในประเทศไทย ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม ถึง 23 กรกฎาคม 2567 พบผู้ป่วยโรคอาหารเป็นพิษจากเห็ดพิษ จำนวน 1,529 ราย มีผู้เสียชีวิต 7 ราย
สถานการณ์โรคอาหารเป็นพิษจากเห็ดพิษในเขตสุขภาพที่ 9 ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม ถึง 23 กรกฎาคม 2567 พบผู้ป่วยโรคอาหารเป็นพิษจากเห็ดพิษ จำนวน 143 ราย มีผู้เสียชีวิต 2 ราย ผู้ป่วยแยกเป็นรายจังหวัด ดังนี้ 1) จังหวัดสุรินทร์ มีผู้ป่วย 53 ราย 2) จังหวัดบุรีรัมย์ มีผู้ป่วย 43 ราย มีผู้เสียชีวิต 2 ราย 3) จังหวัดชัยภูมิ มีผู้ป่วย 37 ราย 4) จังหวัดนครราชสีมา มีผู้ป่วย 10 ราย ซึ่งแหล่งที่มาของเห็ดพิษที่ทำให้ป่วย หรือเสียชีวิตนั้น ได้มาจากป่าเขา หรือสวนแถวบ้าน หรือพื้นที่เคยเก็บเป็นประจำทุกปี เห็ดที่พบเป็นสาเหตุทำให้เสียชีวิต ได้แก่ เห็ดระโงกพิษ เห็ดรวม และเห็ดไม่ทราบชนิด 1 ราย ปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่ทำให้นำเห็ดพิษมาบริโภค คือ ไม่มีความรู้ในการแยกชนิดเห็ด และเป็นผู้ที่เก็บเห็ดในป่าเป็นประจำแต่ยังดูชนิดเห็ดพลาด เป็นต้น
นายแพทย์ทวีชัย วิษณุโยธิน กล่าวต่อไปว่า มีเห็ดพิษหลายชนิดที่มีลักษณะคล้ายคลึงกับเห็ดที่บริโภคได้ ซึ่งพบว่าเป็นสาเหตุทำให้เสียชีวิตที่พบบ่อยที่สุด ตัวอย่างเช่น 1.เห็ดระโงกขาว (ไม่มีพิษ) มีความคล้ายคลึงกับเห็ดระโงกหิน (มีพิษ) ลักษณะที่ต่างกัน คือ เห็ดระโงกหิน รอบขอบหมวกไม่มีรอยขีด ผิวก้านเรียบหรือมีขนเล็กน้อย ถุงหุ้มโคนรูปถ้วยแนบติดกับโคนก้าน เมื่อผ่าก้านดูจะมีลักษณะตัน 2.เห็ดถ่านใหญ่ (ไม่มีพิษ) คล้ายกับเห็ดถ่านเลือด (มีพิษ) ลักษณะที่ต่างกันคือ เห็ดถ่านเลือดมีขนาดดอกที่เล็กกว่า และมีน้ำยางสีแดงส้ม 3.เห็ดโคน (ไม่มีพิษ) คล้ายกับเห็ดหมวกจีน (มีพิษ) ลักษณะที่ต่างกันคือ บนหมวกของเห็ดหมวกจีนจะมีปุ่มนูน ผิวหมวกเห็ดหยาบเป็นริ้ว เป็นต้น ระยะเวลาที่ผู้ป่วยเริ่มมีอาการหลังกินเห็ดพิษ มีตั้งแต่เร็วเป็นนาที ถึงหลายชั่วโมง อาการของผู้ป่วยแตกต่างกัน เช่น วิงเวียน อาเจียนปวดท้อง ถ่ายเหลว บางรายอาจมีอาการรุนแรง เช่น ไตวาย ตับวาย และเสียชีวิตในที่สุด ดังนั้นหากมีอาการผิดปกติหลังกินเห็ด ควรรีบไปสถานพยาบาลใกล้บ้านให้เร็วที่สุด พร้อมแจ้งประวัติการกินเห็ด และนำตัวอย่างเห็ดที่เหลือ หรือภาพถ่ายเห็ดไปด้วย และควรแจ้งผู้กินเห็ดจากแหล่งเดียวกันให้สังเกตอาการ ในการปฐมพยาบาลเบื้องต้น หากมีผงถ่านคาร์บอน สามารถรับประทานเพื่อช่วยดูดซับพิษ และจิบน้ำเพื่อชดเชยของเหลวที่เสียไป
ขอแนะนำประชาชนให้เก็บเห็ด เลือกซื้อเห็ดจากแหล่งที่รู้จัก หลีกเลี่ยงการเก็บหรือกินเห็ดป่า หรือเห็ดที่ขึ้นเองตามธรรมชาติ เนื่องจากไม่สามารถทราบได้ว่าเป็นเห็ดมีพิษหรือไม่ รวมถึงไม่กินเห็ดดิบ หลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์พร้อมเห็ดเพราะอาจทำให้เกิดพิษได้ นอกจากนี้เห็ดพิษหลายชนิดไม่สามารถทำลายพิษได้ด้วยความร้อน ดังนั้น “เห็ด ไม่รู้จัก ไม่แน่ใจ ไม่เก็บ ไม่กิน” หากมีข้อสงสัยสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สายด่วน กรมควบคุมโรค โทร. 1422
ดาวน์โหลดเอกสารเพิ่มเติม : เอกสาร