สคร.9 นครราชสีมา เตือนผู้ปกครอง สถานศึกษา ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก และสถานรับเลี้ยงเด็ก เพิ่มการเฝ้าระวังโรคมือเท้าปากในเด็กเล็กช่วงเปิดภาคเรียน เนื่องจากเด็กมีกิจกรรมร่วมกันและสัมผัสใกล้ชิด ทำให้โรคแพร่กระจายได้ง่าย พร้อมแนะนำให้คัดกรองเด็กทุกเช้า หากพบเด็กมีไข้ร่วมกับแผลในปาก หรือมีตุ่มน้ำใสบริเวณมือ เท้า หรือก้น ให้รีบแยกเด็กออกจากกลุ่มและนำพบแพทย์ เพื่อลดการแพร่กระจายของโรค
นายแพทย์สายลักษณ์ พิมพ์เกาะ ผู้อำนวยการสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 9 นครราชสีมา กล่าวว่า โรคมือเท้าปากเป็นโรคติดต่อที่พบได้บ่อยในเด็กเล็ก เกิดจากเชื้อไวรัสกลุ่มเอนเทอโรไวรัส (Enterovirus) ติดต่อผ่านน้ำมูก น้ำลาย การไอ จาม การสัมผัสสารคัดหลั่ง รวมถึงของเล่นหรือพื้นผิวที่ปนเปื้อนเชื้อ โดยเฉพาะในสถานที่ที่เด็กอยู่รวมกันจำนวนมาก เช่น สถานศึกษา ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก และสถานรับเลี้ยงเด็ก ผู้ป่วยโรคมือเท้าปากมักมีอาการไข้ ร่วมกับแผลหรือจุดแดงในช่องปาก และมีผื่นหรือตุ่มน้ำใสบริเวณฝ่ามือ ฝ่าเท้า ลำตัว หรือก้น เด็กเล็กอาจงอแง ไม่ยอมรับประทานอาหาร น้ำลายไหล หรือบ่นเจ็บปาก แม้ผู้ป่วยส่วนใหญ่จะหายได้เองภายใน 7–10 วัน แต่เด็กอายุต่ำกว่า 5 ปีมีความเสี่ยงเกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรง เช่น สมองอักเสบ กล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ หรือระบบทางเดินหายใจล้มเหลว หากเด็กมีไข้สูง ซึม ชัก อาเจียนมาก รับประทานอาหารหรือดื่มน้ำได้น้อย หรือหายใจหอบเหนื่อย ควรรีบนำส่งโรงพยาบาลทันที
นายแพทย์สายลักษณ์ พิมพ์เกาะ กล่าวต่อไปว่า คำแนะนำในการป้องกันโรคในสถานศึกษา ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก หรือสถานรับเลี้ยงเด็ก ดังนี้
1) ครู หรือผู้ดูแลเด็ก ควรคัดกรองเด็กทุกเช้าอย่างเคร่งครัด หากพบเด็กป่วย เช่น มีไข้ มีตุ่มน้ำใสขึ้นที่มือ เท้า หรือมีแผลในปาก ให้แยกออกจากเด็กคนอื่นทันที พร้อมแจ้งผู้ปกครองให้รับเด็กกลับบ้านและให้หยุดเรียนจนกว่าจะหายดี
2) หากมีเด็กป่วยตั้งแต่ 2 รายขึ้นไป ในห้องเรียนเดียวกันใน 1 สัปดาห์ ต้องปิดห้องเรียนที่มีเด็กป่วยอย่างน้อย 1 วัน เพื่อทำความสะอาด และเฝ้าระวังคัดกรองเด็กป่วย อีก 1 สัปดาห์
3) ทำความสะอาดเครื่องใช้ ของเล่นเด็ก และพื้นที่ห้องเรียนอย่างสม่ำเสมอ โดยใช้น้ำยาทำความสะอาดที่เหมาะสม เช่น ผงซักฟอก น้ำยาล้างจาน สบู่ น้ำยาฆ่าเชื้อหรือสารละลายคลอรีน เช่น น้ำยาฟอกขาวผสมกับน้ำตามอัตราส่วนที่เหมาะสม
4) สอนให้เด็กล้างมือด้วยสบู่และน้ำสะอาดอย่างถูกวิธีและสม่ำเสมอ โดยเฉพาะก่อนรับประทานอาหาร หลังขับถ่ายและหลังสัมผัส น้ำมูก น้ำลาย หรือสิ่งขับถ่ายของเด็ก เนื่องจากเชื้อสามารถติดต่อและแพร่กระจายได้ผ่านการสัมผัสน้ำมูก น้ำลาย น้ำจากตุ่มพอง และอุจจาระของผู้ป่วย รวมถึงการสัมผัสของเล่น เครื่องใช้ หรือพื้นผิวที่ปนเปื้อนเชื้อ
สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 9 นครราชสีมา ขอความร่วมมือผู้ปกครองและสถานศึกษาร่วมกันสังเกตอาการเด็กอย่างใกล้ชิด หากพบอาการสงสัยโรคมือเท้าปาก ควรหยุดเรียนและรีบนำเด็กไปพบแพทย์ทันที เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดในสถานศึกษาและชุมชน สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร. 1422
ดาวน์โหลดเอกสารเพิ่มเติม : เอกสาร