กองโรคเอดส์และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์
Responsive image

กองโรคเอดส์ฯ หนุนใช้ TB LAM ตรวจวัณโรคในผู้ป่วยเอชไอวีระยะรุนแรง ลดเสียชีวิต มุ่งยุติปัญหาเอดส์ ปี 2573

กองโรคเอดส์ฯ หนุนใช้ TB LAM ตรวจวัณโรคในผู้ป่วยเอชไอวีระยะรุนแรง
ลดเสียชีวิต มุ่งยุติปัญหาเอดส์ ปี 2573

วันที่ 28 พฤษภาคม 2569 ณ โรงแรมริชมอนด์ สไตลิช คอนเวนชั่น โฮเทล จังหวัดนนทบุรี พญ.สายรัตน์ นกน้อย รองผู้อำนวยการกองโรคเอดส์และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ เป็นประธานการประชุมพัฒนาศักยภาพแพทย์ในการดูแลรักษาผู้ป่วยเอชไอวีระยะรุนแรง (AHD) โดยได้รับเกียรติจาก พญ.อัญชลี อวิหิงสานนท์ ศูนย์วิจัยโรคเอดส์ สภากาชาดไทย และ นพ.พีระพัชร ไทยสยาม รพ.มหาราชนครศรีธรรมราช ร่วมเป็นวิทยากร เพื่อส่งเสริมการใช้ชุดบริการ AHD Package และเทคโนโลยีตรวจวัณโรคด้วยชุดตรวจ TB LAM ในปัสสาวะ ซึ่งทราบผลได้รวดเร็วภายใน 25 นาที ช่วยเพิ่มโอกาสในการวินิจฉัยและเข้าสู่การรักษาได้เร็วขึ้น ลดความเสี่ยงการเสียชีวิตจากโรคติดเชื้อฉวยโอกาส และสนับสนุนเป้าหมายยุติปัญหาเอดส์ของประเทศไทยภายในปี 2573

"ภาวะ AHD หรือผู้ติดเชื้อที่มีระดับเซลล์ภูมิคุ้มกันต่ำกว่า CD4 < 200 cells/mm3 (หรือ WHO Clinical Stage 3 หรือ 4) เป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูงมากต่อโรคติดเชื้อฉวยโอกาสที่เป็นสาเหตุหลักของการเสียชีวิต เช่น 'วัณโรค' (TB) และ 'โรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบจากเชื้อราคริปโตคอคคัส' ปัจจุบันแม้การเข้าถึงยาต้านไวรัส (ART) จะครอบคลุม แต่พบผู้ป่วยรายใหม่ถึงร้อยละ 50 ที่เข้ารักษาในระยะ AHD โดยกลุ่มที่นอนโรงพยาบาลมีอัตราเสียชีวิตสูงถึงร้อยละ 20 และเสียชีวิตหลังจำหน่ายภายในหนึ่งปีอีกร้อยละ 14 สะท้อนถึงช่องว่างในการวินิจฉัยโรคฉวยโอกาสที่ล่าช้า การผลักดันบริการ AHD Package และนวัตกรรมตรวจคัดกรองที่รวดเร็วจึงเป็นกุญแจสำคัญในการลดอัตราการเสียชีวิต"

ด้านการแพทย์และนวัตกรรม พญ.อัญชลี อวิหิงสานนท์ จากศูนย์วิจัยโรคเอดส์ สภากาชาดไทย (HIVNAT) ได้นำเสนอเทคโนโลยี TB LAM Detection (Urine Lipoarabinomannan) หรือการตรวจหาองค์ประกอบผนังเซลล์เชื้อวัณโรคในปัสสาวะ ณ จุดดูแลรักษาผู้ป่วย (Point-of-Care: POC) ทราบผลภายใน 25 นาที มีความไว (Sensitivity) สูงถึงร้อยละ 76 ซึ่งมักเก็บเสมหะตรวจไม่ได้ โดยผลการศึกษานำร่องในโรงพยาบาล 19 แห่งทั่วประเทศ พบว่าการตรวจด้วยวิธีนี้ช่วยให้แพทย์ตัดสินใจเริ่มยารักษาได้เร็ว และช่วยลดอัตราการเสียชีวิตของผู้ป่วยลงได้ถึงร้อยละ 2.2

ขณะที่ นพ.พีระพัชร ไทยสยาม อายุรแพทย์โรคติดเชื้อจากโรงพยาบาลมหาราชนครศรีธรรมราช ร่วมอภิปรายกรณีศึกษา (Case-based Discussion) การจัดการผู้ป่วยติดเชื้อร่วม HIV-TB และการคัดกรองเชื้อราคริปโตคอคคัส โดยเน้นย้ำความสำคัญของการจัดการอันตรกิริยาระหว่างยา (Drug-Drug Interactions) และการเฝ้าระวังภาวะแทรกซ้อน IRIS เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของผู้ป่วย

การประชุมครั้งนี้มีแพทย์ พยาบาล นักเทคนิคการแพทย์ และนักวิชาการสาธารณสุขจากจังหวัดเป้าหมายเข้าร่วมจำนวน 30 คน เพื่อร่วมขับเคลื่อนการนำเทคโนโลยี TB LAM และชุดบริการ AHD Package (Screen-Prevent-Treat-Adherence-Referral) ไปปรับใช้จริง มุ่งช่วยให้ประเทศไทยบรรลุเป้าหมายยุติปัญหาเอดส์ภายในปี ค.ศ. 2030 (พ.ศ. 2573) และยกระดับการบริการสาธารณสุขอย่างยั่งยืน


ข่าวสารอื่นๆ